ฝรั่งเศส บุกชนะโมร็อกโก 2-0 ในศึกดวลควอเตอร์ไฟนัลฟุตบอลโลก 2026 ที่เกมที่จัดขึ้นที่สเตเดียม กิลเลต ในเมืองฟ็อกซบอโรห์ รัฐแมสซาชูเซตส์ วันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม 2569 เวลา 20.00 น. ซ่าไปในครึ่งแรกเมื่อ คีเลียง เอ็มบัปเป้ เปิดบัญชีประตูจากจุดโทษ เมื่อต่อมาสองประตูหลังจากนั้นก็เพิ่มให้ห่าง มหัศจรรย์ของหงส์ขาวกับการผลัดเปลี่ยนอย่างมีแผนที่ส่งยังคุณภาพออกมา
ครึ่งแรกของการแข่งขันเป็นช่วงที่ฝรั่งเศสแสดงการครอบงำแม้จะทำด้วยความระมัดระวัง เมื่อนาที่ 28 เอ็มบัปเป้ยืนบอลจากจุดโทษและยิงเข้าตาข่ายไปสำเร็จ ทำให้หงส์ขาวนำไปได้ 1-0 ต่อมา โมร็อกโกก็พยายามหาทางตอบโต้ แต่ความสามารถในการ ยิงซัดของทีมแอตลาสไม่พอสำหรับการเอาชนะโยชินเอสโต้ยัสฟิออร์ (กีแลป สตาดิอึม) ผลการแข่งขันในครึ่งแรกจึงยังคงเหนือกว่ากับสกอร์ 1-0

เข้าสู่ครึ่งหลัง เมื่อนาที่ 60 อีกครั้งที่เอ็มบัปเป้เดินออกมาสร้างเหตุการณ์ เมื่อเขาได้รับบอลจาก เดซิแร้ ดูเอ้ แล้ววิ่งเข้าเปิดสกอร์ถูกต้องเอา 2-0 เหตุการณ์จึงเป็นการชี้ขาดของสนาม ต่อมาแค่หลังจากนั้นเพียง 6 นาที เมื่อนาที่ 66 อูสมาน เดมเบเลก็มาเพิ่มสกอร์ให้ถึง 3-0 หลังจากรับบอลจากเอ็มบัปเป้แล้วยิงเข้าไปอย่างสวยงาม ทำให้โมร็อกโกกลายเป็นเหยื่อของการถูกระดมยิง
ในสถิติการแข่งขัน ฝรั่งเศสเอาชนะด้วยความบุกเบิกของการยิงซัด 21 ครั้ง โดย 8 ครั้งเล็งเข้าตาข่าย และผลักดันโมร็อกโกให้ได้ยิงเพียง 5 ครั้ง ที่ 1 ครั้งเท่านั้นที่เล็งเข้าตาข่าย แม้ว่าโมร็อกโกจะครอบครองบอล 52 เปอร์เซ็นต์ แต่พวกเขากลับไม่สามารถสร้างสรรค์จากครอบครองได้ สำหรับใบเหลือง ฝรั่งเศสไม่เหินผิด แต่โมร็อกโกได้รับใบเหลือง 1 ใบจาก อิสซา เดียป ที่นาที่ 63
ผู้เล่นยอดเยี่ยมของการแข่งขันคือ อูสมาน เดมเบเลของฝรั่งเศส ที่ได้คะแนนประเมิน 8.6 ร่วมกับการยิงประตู 1 ลูกและยิงทั้งสิ้น 3 ครั้งที่ 1 ครั้งเล็งเข้าตาข่าย เดมเบเลแสดงการทำงานอันเที่ยวทำมาตรฐานสูงตลอดเกมเต็ม 94 นาที ขณะที่ เอ็มบัปเป้ยังคงแสดงโฉมหน้ายอดเยี่ยมด้วยการยิง 1 ลูก ช่วยเพื่อน 1 ครั้ง และคะแนนประเมิน 7.9 ในเวลา 77 นาทีที่เขาอยู่บนสนาม สำหรับโมร็อกโก ยาซีน บูนู ผู้ดูแลประตูได้คะแนน 7.6 แม้ว่าจะต้องเก็บลูกเข้าตาข่าย 2 ลูก

ตามรายงานจาก Al Jazeera ศึกดวลนี้ไม่ใช่แค่ศึกฟุตบอลโลกเพียงอย่างเดียว หากแต่เป็นการเปิดหน้าตอน 2 ของเรื่องราวของทั้งสองทีมในเวทีโลก หลังจากที่ฝรั่งเศสและโมร็อกโกเดินทางมาที่บอสตัน ครั้งนี้ก็เป็นการแข่งขันครั้งที่ 2 ระหว่างสองทีมนี้ เลสบลอยส์ล่าสุดได้แสดงให้เห็นว่าพวกเขายังคงเป็นไม้เด็ดไปได้ อย่างไรก็ตาม ประชาชนของโมร็อกโกที่อยู่ที่บ้าน กำลังรู้สึกภูมิใจในการแสดงของสิงห์แอตลาสซึ่งสามารถก้าวถึงรอบ 8 ทีมแรกของฟุตบอลโลกนี้
ด้วยชัยชนะนี้ ฝรั่งเศสเดินหน้าไปยังรอบรองชนะเลิศ เนื่องจากการจับสลากที่ประกาศไปแล้วนั้น ทีมชาติของลิส บลอยส์จะพบเผชิญกับสเปนผู้ยิ่งใหญ่ของยุโรป ตามรายงาน GQ Thailand ศึกดวลนี้ถูกมองว่าเป็นการแข่งขันที่ท้าทายอย่างยิ่งต่อไป แต่ด้วยการแสดงการของเอ็มบัปเป้ เดมเบเล และกองหน้าแข็งแกร่ง ดูเหมือนว่าหงส์ขาวจะพร้อมเผชิญหน้า