อาตเลติโก มาดริด คว้าชัยชนะ 2-1 มาจากเยือนโอซาซูน่า ในลาลีกานัดที่ 36 ของฤดูกาล 2025-26 วันอังคารที่ 12 พฤษภาคม เวลา 19.30 น. ที่สนาม เอสตาดิโอ เอล ซาดาร์ ในเมืองปัมโพลนา โดยนักแหลมม่วงเก็บสามแต้มไปได้อย่างเสียหาย จากการพลิกแซงในช่วงปลายเกม แม้ว่าจะเผชิญหน้ากับความกดดันของทีมเจ้าบ้านที่พยายามเปิดสกอร์เสมอในวินาทีสุดท้ายของการแข่งขัน
ศึกดวลดุเดือดนี้เริ่มเดือดร้อนตั้งแต่ยังไม่ทันเข้าห้องน้ำครึ่งหลัง โดยในนาทีที่ 13 ทีมเจ้าบ้านใช้มือบล็อกบอลในเขตโทษ เอ็น.บี.เอ. เรียกใช้ระบบวิดีโอเพื่อตรวจสอบเพนัลตี้ และลงใจให้โทษแก่อาตเลติโก ตามด้วยใบเหลืองให้เฮวี กาลาน ของโอซาซูน่า จากการโยนมือ ในนาทีที่ 15 เอเดโมลา ลุกมาน เตะจุดโทษลงเบาและเจาะกว่านเอล มุสโซ ได้อย่างแน่นอน ให้อาตเลติโกนำ 0-1

ต่อมาในนาทีที่ 18 โปรแกรมทีมเยือนเกิดการเปลี่ยนตัวฉุกเฉิน โรบิน เล นอร์มาน์ (บาดเจ็บ) ถูกแทนที่ด้วยโรดริโก เมนโดซา เพื่อปกป้องการรุกไหลของผู้รักษาประตู ทั้งนี้ โอซาซูน่าเสาะหาทางเปิดสกอร์เสมอแต่การป้องกันแดงดำแถมแข็งแกร่ง ในนาทีที่ 30 รูเบน การ์เซีย ได้ใบเหลืองที่สองจากการทำฟาวล์และไล่ออกจากสนาม จึงทำให้เจ้าบ้านเล่นลดเชื้อ 10 คน ตั้งแต่นั้นมา อาตเลติโกได้เฝ้าระวังความเป็นอันตรายจากการศึกข้อ
ส่วนในตอนท้ายของครึ่งแรก นาทีที่ 45+3 เทพสมหวัง บูดิมีร์ ของโอซาซูน่าหวังจะจากงานปืนใหญ่สีแดงจากจุดโทษครั้งที่สอง แต่ระบบวิดีโอตรวจสอบแล้วพบว่าไม่เป็นเพนัลตี้จึงปฏิเสธการเรียกโทษนั้น จากนั้นบูดิมีร์ก็เพ่นไปแสดงอารมณ์ในนาทีที่ 45+9 จนได้ใบเหลืองจากผู้ตัดสิน
ครึ่งหลัง : สงครามการแทนตัว
เข้าสู่ครึ่งหลังด้วยทีมเจ้าบ้านลดตัวเล่นเพียง 10 คนแต่ยังไม่ยอมแพ้ อาตเลติโกพร้อมเดินตัวชนตรงด้วยการส่งตัวเจ้า เอเลกซานเดอร์ เซอร์โลธ แทนที่ติอาโก อัลมาดา ในนาทีที่ 46 เพื่อสร้างสมรรถนะการทำประตูเพิ่มเติม ตลอดครึ่งหลังทีมทั้งสองเข้าสู่สภาวะประชุมฉุกเฉินกับการปรึกษาหารือเกี่ยวกับหลายปัญหาในเรื่องวินัย โดยอยู่ที่นาทีที่ 52 มาร์กอส ลลอเรนเต้ ได้ใบเหลืองจากการโต้เถียงความเห็น

เทพของการแข่งขันมีการออกแบบให้มีสายไหนหลายครั้ง นาทีที่ 57 คิเก บาร์ฮา และ โค้ก ของอาตเลติโก ได้ใบเหลืองแต่ละใบจากการจัดการทำให้ไม่สงบ ที่นาทีที่ 59 มาร์ก พูบิลล์ ของอาตเลติโกก็ถูกตักเตือนเช่นกัน ส่วนโอซาซูน่าทำการปรับเปลี่ยนเพิ่มเติมในนาทีที่ 60 โดยส่ง อาเบล เบรโตเนส แทน เฮวี กาลาน และ รูเอล การ์เซีย แทนที่ รูเบน การ์เซีย
สิ่งจำเป็นที่กำหนดให้เกมเปลี่ยนแปลงทั่วไปเกิดขึ้นในนาทีที่ 71 เมื่อ เซอร์โลธ เหล่านครั้งสุดท้ายของเขาในเขตโทษขณะมารับลูกบอลจากการส่วนของ มาร์กอส ลลอเรนเต้ จากด้านข้าง เค้ากระหน่ำลูกบอลผ่านเน็ตและไล่ออกสกอร์ 2-0 สำหรับอาตเลติโก เจ้าบ้านต่อไปให้มาปรับปรุงอีกครั้งที่นาทีที่ 72 โดยส่งตัว ไอมาร์ โอรอซ และ อาซิเยร์ โอซัมเบลา เพื่อเสริมแรงกำลังการโจมตี
อย่างไรก็ตาม ศึกยิ่งใกล้เสร็จสิ้นการแข่งขัน กองทีมแดงดำก็ยิ่งเข้มงวดมากขึ้น นาทีที่ 79 มาร์กอส ลลอเรนเต้ ได้ใบแดงดาวจากการทำฟาวล์เหล่ว ทำให้ลลอเรนเต้ถูกไล่ออกจากสนาม จากนั้นในนาทีที่ 82 อาตเลติโกส่งเล็กเมนต์ ลองเกล์ แทน เอเดโมลา ลุกมาน เพื่อปกป้องการขว้าง ในนาทีท้ายสุดของการแข่งขัน นาทีที่ 90+1 โอซาซูน่าเปิดสกอร์เสมอจากการประตูของ คิเก บาร์ฮา ที่เหล่ส่วนห้องของราอูล การ์เซีย จากลักษณ์ที่อาตเลติโกต้องบุกป้องกันฉุกเฉิน อย่างไรก็ตามสิ่งนี้ไม่เพียงพอต่อการโค่นแชมป์ชุดม่วง จึงปิดการแข่งขันด้วยค่าคะแนน 1-2
ในด้านสถิติการแข่งขัน อาตเลติโกมีการครอบครองลูกบอล 58% ในขณะที่โอซาซูน่ายิงทั้งสิ้น 23 ครั้งแต่เพียง 5 ครั้งที่ลงเป้า ในขณะที่ปืนใหญ่สีแดงยิง 5 ครั้งทั้งหมดโดย 4 ครั้งลงเป้า เกมนี้เต็มไปด้วยความเข้มข้นจากการรวบรวมการใบเหลืองมากถึง 11 ใบในทั้งสองทีม
ด้านผู้เล่นยอดเยี่ยมของเกม หรือ เอ็ม.โอ.ที.เอ็ม นั้นปลดปล่อยจากตัวอักษร ฟวน มุสโซ ผู้รักษาประตูอาตเลติโกด้วยการจัดการที่สมบูรณ์แบบ เก็บเบ้านวลจากการเหล่ของปืนใหญ่สีแดงในการหลายหลากครั้ง และได้คะแนนประเมินสูง 8.0 จากผู้ให้คะแนนการแข่งขัน นอกเหนือจากนั้น มาร์กอส ลลอเรนเต้ ก็มีผลงานที่เหนือชั้นเช่นกันด้วยคะแนน 7.6 ในแง่ของความถูกต้องของการส่งบอลและการเสรจสุดท้าย ส่วน เอเดโมลา ลุกมาน ซึ่งทำประตูจากจุดโทษนั้น ได้คะแนน 7.5 จากผู้ให้คะแนนการแข่งขัน
สำหรับจุดบุกของอาตเลติโก นั้นสำหรับการเล่นของทีมม่วงแดงยังคงแข็งแกร่งและมีจำนวนแต้มเพิ่มขึ้นตามแต้มมากมาย ตรงกันข้ามกับโอซาซูน่าที่แม้จะพยายามอย่างไม่สิ้นสุดแต่ยังขาดหลักสูตรการตัดสินใจตั้งแต่การดำเนินการในช่วงตอนท้ายของการแข่งขัน