โปรตุเกส 0-1 สเปน นัดรอบ 16 ทีมสุดท้ายของฟุตบอลโลก 2026 เมื่อค่ำวันจันทร์ที่ 6 กรกฎาคม 2569 เวลา 19.00 น. ที่สนาม AT&T Stadium ในเมืองดัลลัส เมื่อศึกที่ได้รอคอยมากที่สุดระหว่างสองโครงการฟุตบอลที่มีตราประวัติศาสตร์กลับจบลงด้วยดราม่าของการเสีย ทีมอิเบเรีย สเปนเอาชัยชนะได้ด้วยประตูของ มิเกล เมรีโน่ ที่ลงมาจากม้านั่งสำรองแค่ 12 นาทีเท่านั้นแล้วได้บอลมาจากพาส ของ เฟร่าน เตอร์เรส ในนาทีที่ 90+1 ปิดท้ายเกมที่เต็มไปด้วยความตึงเครียดและอารมณ์ เมื่อ ครिสเตียโน่ โรนัลโด้ และเพื่อน ๆ ของเขา ต้องส่อท้ายเส้นทาง ฟุตบอลโลก 2026 นี้
โปรตุเกสเข้าเกมด้วยท่าทีรุกรานที่หนัก โดยมี โรนัลโด้ เป็นแม่นใจหลักของการตีรัว ทีมเสือแดงควบคุมบอลได้ 56% ของเวลาเล่น และปล่อยลูกซัดไปทั้งหมด 15 ครั้ง แต่เพียง 6 ครั้งเท่านั้นที่ตรงเป้าได้ สเปนในทางกลับกัน เล่นการป้องกันแบบหนาแน่นด้วยตัว ร็อดรี ที่เล่นครบ 97 นาทีเป็นเหล้าเก็บหน้า ความสำเร็จของหมู่เสือทองจากแดงดำมาจากความสงบของแนวป้องกัน ในขณะที่ โปรตุเกส แม้จะมีครอบเกมแต่ก็ยิงไม่ลงเหลือเพียง 2 ลูกเข้ากรอบเล่น ตั้งแต่ต้นจนจบเกม

ครึ่งแรกผ่านไปอย่างเงียบ ๆ ทั้งสองทีมคอยเล่นป้องกัน-คว้าครองบอลแบบระมาด ปะทะกันโดยไม่มีใครยอมให้ โปรตุเกสลองเชิญให้ โรนัลโด้ วิ่งไล่หัวหน้า แต่สเปนจับตามลำดับแล้ว เกมเป็นการผสมผสานของการคิดหลาย ๆ อย่างและเฉพาะตัวแต่แบบสถิต นิ่งในครึ่งแรก ทีมหมู่เสือทองดำเนินเอดจ์ด้วยการลวงเหนือตำแหน่งเล่นลึก โดยสเปนเสิร์ชหาช่องว่างของการตะลุมบวก แนวหน้าสเปนแม้จะมี ลามีน ยามาล ที่เล่นเพี่ยวอีกแรง แต่ก็ไม่ได้คิดเถิดเหมือนท่อน แพหลาย
ครึ่งหลัง สเปนบุกหนักขึ้นแล้ว เมื่อเกมเข้าสู่นาทีที่ 70 ทั้งสองฝ่ายเอาตัวจริงเข้ามาเปลี่ยนหน้าตาเกม โปรตุเกสลงแทน โจโว เฟลิกซ์ และ โจโว กันเซโล่ แทนที่ ราฟาเอล เลอา และ ดิโอโก ดาลอต ตามลำดับ ในขณะเดียวกัน สเปนก็เสริมแสง ด้วยการเปลี่ยน เอเล็กซ์ บาเอน่า และหลังจากนั้นก็ลงแทน เปดรี และ ดานี่ โอลโม่ เมื่อนาทีที่ 85 เกมจึงกลับมาร้อนแรง สเปนเริ่มตีเหนือในการครอบเกม โปรตุเกสต้องย่นตัวลงมาเพื่อป้องกัน
ในช่วงเศษเวลาของเกม โปรตุเกสเสียประตูอย่างเจ็บปวดในนาทีที่ 90+1 เมื่อ เมรีโน่ ซูเปอร์ซับของสเปน ได้บอลจาก เฟร่าน เตอร์เรส ตรงจากขอบสนาม ปัดเข้าประตูได้อย่างแหลมคม บัสการ ด้วยการยิงโลบโลบขึ้นจะโต้เพื่อยับยั้ง แล้วหล่นเข้าเน็ต ทำให้สเปนชนะ และเข้าสู่ไตรมาสสุดท้ายของศึก ขณะเดียวกัน โปรตุเกสดุเดือดน้อยมากเมื่อมี เบร์นาร์โด ซิลวา ได้รับใบเหลือง และเรนาโต เวกา ได้รับใบเหลืองอีกใบใน 90+4 นาที สถานการณ์นี้เพิ่มให้เกมวุ่นวาย เมื่ออีก 6 นาทีครึ่ง ของการลงเล่นเพิ่มเติม
สเปนเล่นการป้องกันแบบแข็งไม้เชื่อ มิเกล เมรีโน่ ที่เป็นผู้ทำประตู ได้คะแนนประเมินสูงสุดคือ 7.7 ออกจาก 10 แม้จะเล่นแต่ 12 นาทีของเวลาแข่งขัน สเปนสำหรับการเล่นในรอบนี้ยิงแค่ 2 ครั้งเข้ากรอบเล่น แต่ทีมป้องกันของเขาเล่นเต็มที่ ด้วยคนเหล่า ร็อดรี่ ที่ยืนหนุนเอาท์คนกลาง และ ปีเดรี่ วิลยา ในแนวป้องกัน ด้านโปรตุเกส ดิออโก คอสตา ที่เป็นผู้รักษาประตู ยืนป้องกัน อย่างมากพอจนมีคะแนนประเมิน 7.3 แต่สถิติของเขาก็ไม่สามารถป้องกันได้ทั้งหมด
เกมนี้เป็นการบุกแบบแข่งกัน ระหว่างสองทีมที่มีประวัติศาสตร์แข่งขันที่ยาวนาน จำนวนครั้งที่พบกัน 8 ครั้ง โปรตุเกสไม่เคยชนะเลย ขณะที่สเปนชนะ 2 ครั้ง และมีเสมอ 6 ครั้ง สตรีก นี้ยังคงต่อเนื่องไปถึงลิงวิตศึกนี้ โปรตุเกส ที่ลงสู่เกมนี้ด้วยความคาดหวังสูง หลังจากได้ชนะ โครเอเชีย 2-1 และชนะ อุซเบกิสถาน 5-0 ในรอบแบ่งกลุ่ม นั่นเอง ปัจจุบันก็ต้องหวดเส้นทาง
โปรตุเกสด้วย คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ในรอบนี้ได้มีการปิดเกมของเขากับฟุตบอลโลก หลังจากที่ได้เข้าร่วมการแข่งขันนี้เป็นครั้งที่ 5 ของเขา เกมนี้เป็นประการสุดท้ายที่เขาจะได้อยู่บนเวที โลก ในฐานะตัวแทนของชาติบ้านเกิด สเปนทีมที่โค้ชหลัก ลุยส เดอ ลา ฟูเอนเตแล้ว ขับเคลื่อนนั่นเอง จะถูกจับคู่กับ เบลเยี่ยม ในรอบ 8 ทีมต่อไป และถ้าสเปนสามารถผ่านเข้ารอบนั้น ก็จะมีโอกาสสูงที่จะเข้าสู่รอบจำกัด 4 ทีม