เอสซี พาเดอร์บอร์นเชือดวูล์ฟสบูร์ก 2-1 ในเวลาพิเศษหลังจากดุเดือดถึงเวลากำหนด วันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม 2569 ที่สนาม โฮม เดลักซ์ อารีน่า ปาเดอร์บอร์นในรอบชิงชนะเลิศบุนเดสลีกา หมาป่าบุกเข้ามาขึ่มเมืองได้เก้าประตูครึ่งแรก แต่ตัวแม่นจะถูกดับเดือดในครึ่งหลังหลังจากทีมเจ้าบ้านร่วมมิติให้สมการและพลิกชนะด้วยประตูชายขาหลังในนาทีปลายเกม
วูล์ฟสบูร์กเปิดคะแนนได้อย่างรวดเร็ว มิติที่ 3 ดเจนาน เปจชิโนวิช มัดประตูหลังรับลูกจากแอดัม ดาจิม จากด้านข้างขวา จนวูล์ฟสบูร์กได้เปรียบ แต่สิ่งที่น่ากังวลกว่าสกอร์คือแหวดดราม่าเกิดขึ้นในนาทีที่ 14 โยเคิม เมลาเล นักเตะวูล์ฟสบูร์งต้องถูกอออกสนามบาดจิงด้วยใบแดงจากการกระทำหยาบ์คายหลังสะสมใบเหลือง สอบสองทีมจึงต้องเล่นแบบตัดต่อกันที่หลัง

พาเดอร์บอร์นเอาชนะท้าทายโดยไม่ยอแพ้ต่อ โดยลีป นั้นมิติที่ 38 ฟิลิป บิลบิจา เปิดบ้านหลังได้ประตูตัวที่หนึ่งจากการสงเคราะห์ของแคลวิน แบรกเคลมันน์ ทำให้บ้านตีเสมอ 1-1 ก่อนไปครึ่งต่อหลัง อันนี้คือการตอบโต้ที่ยอดเยี่ยมจากทีมเจ้าบ้านที่ต้องเล่นแบบไล่ล่าอยู่แล้ว ด้วยความแตกต่างของคน
ครึ่งหลังวูล์ฟสบูร์งเรียกสู้เป็นหนักหลังจากการโยเคิม เมลาเลต่อไป โดยทีมบุกเข้ามาหา 10 คนมี 39 ยิงทั้งสิ้น ถึงเพียง 10 ยิงถูกเป้า โดยเฉพาะปัญหาสำคัญในเกมนี้คือความไม่ได้บ่งบอกการยิงของวูล์ฟสบูร์งสู่สะสมความหลักสุดท้าย หลังจากการเล่นแบบเปิดกว้างทั้ง 90 นาทีแต่ไม่อาจกำหนดให้โปรดจึงต้องเข้าสู่ช่วงเวลาเพิ่มเติม
นาทีที่ 100 ลอริน เคอร์ดา แสดงความน่าเสียดายขณะปลายเวลาพิเศษโดยยิงสำคัญจากการสงเคราะห์ของเส้ฟืน มิเชล ทำให้พาเดอร์บอร์นพลิกข้างหน้า 2-1 นี่คือการตัดสินใจที่สำคัญจากเคอร์ดาเองที่ได้อยู่ยืนเลือกทั้ง 120 นาที และยังคงโครงสร้างการปกป้องให้มั่นคงยังเหลือเวลาเพียง 20 นาทีเท่านั้นอีก

ลอริน เคอร์ดามิดด์ 100 นาทีสร้างการปั่นจันใจใหญ่และถูกนิยมให้เป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมของเกมด้วยเรตติ้ง 8.9 จากการท่องประตูและการเลือกทำประตูครั้งสำคัญจากเขาที่ยืนเลือนเกม 120 นาทีเต็มตัว นอกจากนั้นแคลวิน แบรกเคลมันน์ก็แสดงตัวเด่นด้วยเรตติ้ง 8.3 จากการสงเคราะห์ประตูแรกก่อนถูกเปลี่ยนออกในนาทีที่ 74 และแมทแตส ฮันเสน จนเล่นดีปกป้องไปทั้งเกมด้วยเรตติ้ง 8.0
ผลชนะนี้นำพาเอสซี พาเดอร์บอร์นคืนชีพจากพื้นเศษและรักษาสถานะในบุนเดสลีกา ด้านวูล์ฟสบูร์งแม้จะเล่นเด่นโดยคุมการบอลถึง 67 เปอร์เซ็นต์และร้องขว้างจำนวนมาก แต่ความจริงที่ต้องเล่นในจำนวนคนน้อยตั้งแต่นาทีที่ 14 ได้เคี่ยวเศษในสปริงเต็มเกมกระทั่งไม่อาจหาประตูตัดสินได้ จึงต้องลาสุดท้ายด้วยความอสหาย