เซาแธมป์ตัน คว้าชัยชนะมาตัวแรก 2-1 เอาชนะ มิดเดิลสโบรห์ ในนัดเซมิไฟนัล แชมเปียนชิป ที่สนาม เซนต์ แมรี่ส์ เมื่อคืนวันอังคารที่ 12 พฤษภาคม 2569 เวลา 19.00 น. ศึกดุเดือดต่อเวลาเพิ่มเติมจบด้วยเวิร์ก ชัยชนะให้ ปราสาทเหล้าสแตร็กซุด ลงชิงชนะเลิศ หลังจากที่เดินทางถอยหลังไปกว่าแรก แต่กลับมาปาดเสมอในช่วงสุดท้ายของครึ่งแรก แล้วจบการต่อสู้ด้วยประตูของ เชิง เอมมานูเอล ชาร์ลส์ ในสุดท้ายของเวลาเพิ่มเติม
ริลีย์ แมคกรี่ของมิดเดิลสโบรห์ ทำให้แขกเขย่ากลับมาตั้งแต่นาทีที่ 5 เมื่อรับเบาะแสจาก แคลลัม บริเตน จากข้างขวา สกอร์เปิด 0-1 สำหรับผู้มาเยือน ทำให้หงส์เหล้าต้องดิ้นรนตั้งแต่เล่นสนาม ลักษณ์การเล่นในช่วงแรกเป็นแบบฉุดเข้า มิดเดิลสโบรห์ใจเย็นเก็บตัว แต่เซาแธมป์ตัน ถูกจำกัดเป็นอย่างมากในการสร้างสรรค์ ยิงครั้งแรกของเจ้าบ้านออกมาในการควบคุมจำนวนไม่มาก

ความตึงเครียดเพิ่มขึ้นเมื่อนาทีที่ 13 เมื่อ แมคกรี่ ตัวเองรับใบเหลือง เพราะการทำฟาวล์ ตามด้วย นาธาน วูด ของเจ้าบ้านได้รับบัตรแดงที่นาทีที่ 37 หลังจากทะเลาะกับเจ้าหน้าที่ ทำให้สนามเต็นไปด้วยความสบกระสับ ก่อนถึงที่สุดของครึ่งแรก สิ้นลง 1-1 เมื่อ รอส สตูวอร์ต บุกตัดอัดเข้าปลายครึ่งและหมัดเบาถูกกำลังหลังกอลครึ่งแรกนาทีที่ 45 เกมการแข่งขัน ชี้ให้เห็นว่าหงส์เหล้าเป็นทีมที่มีหัวใจแข็งแกร่งกว่าเมื่อกลับมาเสมอแม้จะเล่นยากลำบาก
ครึ่งหลังเต็มไปด้วยความหวาดระแวง
ครึ่งหลังเริ่มต้นอย่างดุเดือด มิดเดิลสโบรห์ เสิร์จหลายครั้งมีความตั้งใจจะเจาะด้านป้องกันของสตูฟอร์ด แต่การรักษา และการฟาวล์ของทีมแขกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นาที 56 ฟินน์ อาเซส ของเจ้าบ้านรับใบเหลือง เมื่อนาทีที่ 78 อดิลสัน มาลันดา ของแขกต้องรับบัตรเหลืองเพิ่มเติม ชี้ว่าทั้งสองทีมเล่นแบบเข้มข้นและรุนแรง
เซาแธมป์ตัน เปลี่ยนตัวหลายครั้งเพื่อช่วยแรง เมื่อนาทีที่ 66 แทน ฟลินน์ โดวนส์ ด้วย คุรยู มัตสึกิ นาที 84 และ 85 เชื่อมต่อการเปลี่ยนตัวเพิ่มเติมด้วย ไคล์ ลารีน และ ซามูเอล เอโดซี่ เทพลัดหลายทีมสร้างความรุมเร้าอย่างต่อเนื่อง มิดเดิลสโบรห์ ก็ลด้วยการเปลี่ยนตัว เมื่อนาตี 73 แทน อลัน บราวน์ด้วย ทอมมี่ คอนเวย์ และนาที 83 แทน ลีโอ คาสติลดีน ด้วย เดวิด สตรีเลก

ตามปกติในเกมแชมเปียนชิป เวลาเพิ่มเติมถูกเปิดออก โลกหมายแล่นด้วยความตั้งใจหลังนาที 90 บังคับเจ้าบ้านต่อสู้ต่อไป มิดเดิลสโบรห์ ยังคงรักษาสกอร์ 1-1 ไปจนกระทั่งเสียประตูชี้ขาดในนาที 116 เมื่อ เชิง เอมมานูเอล ชาร์ลส์ บุกลงรับเบาะแสจาก เทเลอร์ ฮาร์วูด-เบลลิส จากทางขวา มุมการเข้าประตูชี้ขาด ส่งต่อหวังเจ้าบ้าน ปราสาทเหล้าสแตร็กซุด เข้าสู่นัดชิงชนะเลิศ
ไรอัน แมนนิ่ง ของเซาแธมป์ตัน ครอบครองมิดจิลด์ฟิลด์ด้วยการเล่นอย่างคมแคบ ยืนขึ้นเป็นจุดบรรจุของเจ้าบ้าน ด้วยคะแนนประเมิน 8.6 บนเครื่องวัดประสิทธิภาพที่มิดฟิลด์ยิงครั้งแรกทั้งวี คว่ำลงให้ลัดเลาะ เชิง เอมมานูเอล ชาร์ลส์ ปลูกแก่เจ้าบ้านด้วย 8.3 คะแนนหลังจากยิงประตูชี้ขาด ในขณะที่ อดิลสัน มาลันดา ของมิดเดิลสโบรห์ ป้องกันได้อย่างเข้มแข็งรวด 7.7
สถิติการแข่งขันแสดงว่าเซาแธมป์ตัน มีความเหนือกว่าในอำนาจการปล่อย ยิงทั้งสิ้น 20 นัด แต่ยิงไปยังประตู 7 นัด เท่านั้น ในขณะที่มิดเดิลสโบรห์ ยิงรวม 19 นัดแต่ยิงไปยังประตู 3 นัดเพียงอย่างเดียว จากการควบคุมบอล เจ้าบ้านครองบอล 122% ส่วนแขกการควบคุมลงมา 97% ทำให้สาเหตุชัดเจนว่าประตูที่ตกจะต้องมาจากความแม่นยำขอบระดับสุดสายคนจบในนาทีที่ 116
ชัยชนะนี้ส่งเซาแธมป์ตัน เข้าสู่นัดชิงชนะเลิศ แชมเปียนชิป ในฤดูกาล 2025 หลังจากการสู้ศึกอย่างสเดไลน์ถมน้ำหนัก เมื่อดูเหมือนว่าเจ้าบ้านจะต้องเทแพ้ไปแล้วในนาที 5 ของเกม แต่กลับสามารถแสดงจิตใจและความกำลังหัวใจแข็งแกร่ง เพื่อให้ได้มาซึ่งชัยชนะสุดท้าย ส่วนมิดเดิลสโบรห์ แม้ว่าจะเล่นได้ดี แต่สุดท้ายก็ต้องกลับบ้านด้วยความเศร้าใจ